APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้อยเล่ห์กลหัวใจ

ร้อยเล่ห์กลหัวใจ

ธีรนัยน์สาวมั่นไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรมง่ายๆ เมื่อสิงขรชายหนุ่มเจ้าสำราญถูกแม่บังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับเธอ ปฏิกิริยาตอบโต้ของเขาจึงเต็มไปด้วยถ้อยคำเสียดสีและท้าทาย ทว่าเบื้องหลังเกมคำพูดที่แหลมคมกลับซ่อนความต้องการที่ไม่อาจปฏิเสธ เมื่อทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากันในยามราตรี ความขัดแย้งระหว่างหัวใจกับเหตุผลจึงปะทุขึ้น ธีรนัยน์จะหาทางให้สิงขรยอมล้มเลิกความคิดบ้าๆ นี้ได้หรือไม่ หรือว่าความรักจะเริ่มก่อตัวท่ามกลางสงครามประสาทครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

“ไม่แล้วละค่ะ หนูคิดว่าจะมาหางานทำอยู่ที่นี่” แม้ต้องเหนื่อยใจบ้างในบางเรื่อง แต่อย่างน้อยก็ได้อยู่กับครอบครัว…ใกล้คนที่รัก...แม้ว่าเขาจะไม่เคยรักก็ตาม

หญิงสาวยกมือขึ้นเสยผมยุ่งๆ ที่บางส่วนตกลงมาปรกหน้า ดวงตาฉายแววเศร้าหมองเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย เคยถามตัวเองเหมือนกัน ทนอยู่กับความรู้สึกเกลียดชังอย่างนี้มาตั้งแต่เป็นเด็กได้ยังไง มีโอกาสไปแล้ว ทำไมถึงไม่ไปให้พ้นๆ จากความเจ็บปวดนี้เสียที

น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า...จะปวดร้าวเพียงใด แต่ยังไงก็ครอบครัวเดียวกัน ทิ้งกันไม่ได้ ถึงจะร้ายใส่กันยังไง...แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นเหยียบให้จมอยู่ใต้โคลนตม แต่คนนอก...ปากบอกว่าหวังดีแต่กลับคอยถือมีดทิ่มแทงตลอดเวลา เพลี่ยงพล้ำเมื่อไหร่ ก็หมายถึงต้องตกอยู่ในหุบเหวลึก ทนรับความทุกข์ตลอดไป ทนๆ อยู่ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่เท่านั้น

“ให้มันจริงเถอะ แต่...ถ้าเป็นอย่างนั้น เงินที่แกให้ฉันใช้แต่ละเดือนก็ไม่ได้น่ะสิ”

“ยังได้เหมือนเดิมค่ะ แต่ลดน้อยไปนิดหน่อย เพราะหนูจะเป็นคนรับผิดชอบหาซื้อของจำเป็นอื่นๆ เข้าบ้านเอง” หญิงสาวดักคอไปก่อน ด้วยทุกครั้งที่ต้องไปจับจ่ายข้าวของ ไม่ว่าจะเป็นอาหารประจำวันหรือแม้กระทั่งของใช้ส่วนตัวมารดาจะโทรมาบ่นแล้วบ่นอีก เรื่องเงินที่ได้รับไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน เพื่อจะขอเพิ่ม

“แม่มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ ถ้าเกี่ยวกับเรื่องนั้น เอาไว้ให้หนูถึงบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกัน” ให้แม่พูดมาในตอนนี้...หญิงสาวกลอกตาไปมา ไม่ใช่แค่เธอที่จะไม่ได้นอน แต่จะรวมไปถึงผู้โดยสารที่นั่งชิด ซึ่งแสดงออกถึงความรำคาญที่มีเสียงคล้ายแมลงหวี่ดังใกล้หูแล้ว

“ฉันรู้หรอกย่ะ แค่จะเตือนแกเท่านั้นเอง เดินทางคนเดียวระมัดระวังตัวไว้บ้าง”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะแม่” จะไม่ให้เธอเอ่ยถามอย่างนี้ได้อย่างไรกัน ในเมื่อน้ำเสียงของมารดาบ่งบอกถึงความวิตกกังวลอย่างชัดเจน

“ไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกแล้วใช่ไหมคะ” ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็รู้แล้วว่าหมายถึงใคร หญิงสาวถึงกับส่ายไปมาอย่างระอาใจ ถึงขนาดเร่งรุดให้เธอรีบกลับบ้านโดยเร็วไว เรื่องที่เกิดคงมิใช่เรื่องเล็กๆ แล้วละ หวังว่าจะไม่ร้ายจนเกินรับมือแก้ไขได้หรอกนะ

“ไม่มีอะไรสักหน่อย แกก็คิดมากไปได้ ฉันแค่เป็นห่วงแกนั่นแหละ เป็นผู้หญิงยิงเรือ เดินทางกลับบ้านคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ มันอันตราย แค่...อยากให้ดูแลตัวเองดีๆ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ถึงรู้จักกันก็อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายได้”

แม้กระแสเสียงที่เอ่ยมาจะแข็งกระด้างไปหน่อย แต่ก็เจือความห่วงใย ทำให้คนได้ฟังถึงกับอุ่นวาบไปทั้งใจ จนมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้า พร้อมปวารณาตัวว่าจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เต็มความสามารถเพื่อให้มีอนาคตอันใส

วันนี้...อดีตที่ผ่านมา เขาไม่รัก ก็ใช่ว่าจะไม่รักตลอดไป ต้องมีวันหนึ่งที่ก้อนน้ำแข็งหลอมละลาย กลายเป็นความอบอุ่นเติมใจที่ขาดพร่องให้เต็ม แต่...ยังมีบางอย่างให้ฉุกใจ

น้ำคำที่แทรกมาบ่งบอกถึงความหนักใจ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมในหัวถึงได้ฉุกคิดถึงเรื่องร้าย หรือจะเป็นเพราะทุกครั้งที่เกิดเรื่องราวภายในบ้าน มารดามักจะพูดกับเธอเช่นนี้เสมอละมั้ง กลีบปากอิ่มมีรอยยิ้มเล็กๆ คล้ายหยามหยันตัวเอง

“คราวนี้ไปก่อเรื่องอะไรมาอีกล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างระอา

เมื่อไหร่ที่เอ่ยถามถึงลูกรัก มารดาจะคุยอย่างที่เรียกว่าน้ำลายแตกฟอง ลืมภารกิจที่จะต้องทำเป็นประจำเสมอ หากคราวนี้กลับเป็นอะไรที่แปลก แม่เงียบ ไม่หลุดเสียงใดๆ ออกมาเลย

คิ้วโก่งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากัน ดูท่าเรื่องในครั้งนี้คงจะร้ายแรงมิใช่น้อย คนช่างพูดถึงได้ไม่หลุดอะไรออกมา

“แม่คะ มีอะไร ทำไมถึงไม่บอกกันล่ะคะ”

“เปล่า ไม่มีเรื่องอะไรจริงๆ แกจะซักให้มันได้อะไรขึ้นมายะ จะได้หาคำพูดไว้บ่นว่าน้องมันหรือไง”

“เปล่าค่ะ แค่คิดว่าถ้าหากเรื่องมันร้ายแรงอย่างที่แม่หวั่นวิตก การที่หนูได้รู้ล่วงหน้า อย่างน้อยจะได้คิดหาทางรับมือเอาไว้ก่อน ดีกว่าไม่ใช่หรือคะ”

“เออ...แล้วไป ฉันก็นึกว่าแกจะเตรียมคำพูดไว้ด่าน้องมัน แค่นี้มันก็ขวัญหนีดีฝ่อจะตายอยู่แล้ว ขืนโดนแกด่าอีก ได้ประสาทกลับกันละ”

“ว่าแต่เรื่องอะไรคะแม่”

“จะมีอะไรได้ล่ะ ก็ไอ้พวกเด็กเหลือขอ ศัตรูเก่าน้องแกนั่นแหละ ตามมาหาเรื่อง ข่มขู่ราวีเอาๆ อะไรนักหนาของมันก็ไม่รู้ ไอ้เด็กเวรพวกนี้”

คงไม่ใช่แค่ที่แม่พูดมาอย่างเดียวละมั้ง น่าจะมีเหตุอื่นร่วมผสมโรงด้วย จนเธออยากจะซัดไอ้ตัวขยันก่อเรื่องให้รู้จักมีความคิดขึ้นมาบ้าง ทำให้ตัวเองเดือดร้อนถูกตามล่าคนเดียวไม่พอ คนอื่นๆ ในครอบครัวก็พลอยโดนลูกหลงไปด้วย อยากรู้จริงๆ คราวนี้ไปสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้อีก แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยสิ่งใด มารดาก็ชิงวางสายไปเสียก่อน คนจะถามเลยได้แต่ผ่อนลมหายใจออกจากปอดอย่างเหนื่อยหน่ายและเซ็งจับจิต

หญิงสาวยื่นมือไปคว้าผ้าห่มที่ร่วงหล่นไปกองอยู่ปลายเท้าขึ้นมาห่ม พร้อมเอนกายนอนราบไปกับเก้าอี้โดยสารที่เอนปรับให้นอนสบายๆ ขณะทอดมองสายฝนที่โปรยปรายลงมา เห็นหยดน้ำเกาะกระจก อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปลากเป็นรูปหนึ่งซึ่งคะนึงหาอยู่มิคลาย

มีหญิงร่างป้อมมือหนึ่งจับจูงเด็กหญิงร่างผอมโย่ง อีกมือจับจูงเด็กชายใบหน้าละม้ายคล้ายกันเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ จนถึงบ้านอันแสนจะอบอุ่น

หวังว่าวันหนึ่งภาพนี้จะเป็นจริง แต่...คงเป็นได้แค่ความคิดเพ้อฝัน เธอทำได้เพียงแค่ยืนมอง หญิงร่างผอมโย่งจูงมือเด็กน้อยก้าวเดินไปข้างหน้า…สองคน

ถ้าตั้งจิตมั่น ไม่นานสิ่งที่คิดเอาไว้จะเป็นจริง เธอจึงเพียงสร้างภาพแห่งฝันให้แจ่มชัดในความรู้สึกเสมอ ที่จะต้องเป็นจริงภายในไม่นาน

แม้จะอ่อนเพลีย แต่ก่อนหลับตาลง เธอก็ยิ้มอย่างเป็นสุข ก่อนจะต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้ง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ชวนระทึกขวัญสั่นประสาท!

อือ...อือ...

เสียงครางดังจากร่างเล็กที่นอนขดตัวงอและกระสับกระส่ายอยู่บนฟูกไม้ไผ่ ข้อเท้าข้างหนึ่งบวมเป่งและเริ่มมีสีม่วงคล้ำไม่ต่างจากร่างกายส่วนอื่นๆ อีกหลายแห่ง ในขณะที่เท้าอีกข้างก็ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนเหล็กหนักๆ สำทับด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ยอมหยุดสาดกระเซ็นมาถูกร่าง ทำให้ยิ่งหนาวเหน็บจนฟันกระทบกันกึกๆ สองแขนโอบรัดรอบกายก็ยังไม่คลายความหนาวที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว

“หาให้เจอ...คงอยู่ไม่ไกลจากนี้ อย่าให้หนีรอดไปได้นะ!”

แม้จะยังไร้สติอยู่ หากในโสตประสาทกลับมีเสียงกระด้างดุดังก้องอยู่ บวกกับกระแสลมแรงที่พัดมาเป็นระลอก ทำให้คนตัวเล็กหนาวจนสะดุ้งเฮือกเป็นระยะ ถึงอยากฝืนถ่างตาเอาไว้ แต่เมื่อต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดจนเหนื่อยล้า บวกกับการโหมงานอย่างหนักจนไม่ได้พักผ่อน ร่างกายจึงประท้วงจนไม่อาจฝืนความนิทราที่มาเยือนพร้อมกับฝันร้ายได้

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย!” คิดว่าร้องสุดเสียงแล้ว แต่เสียงที่ออกจากปากกลับเบาหวิว

ถึงสองข้างทางจะมีหนามแหลมขวางกั้น จะโดนกิ่งไม้ขีดข่วน แข้งขาล้าจนแทบจะยกไม่ขึ้น ก็ยังต้องวิ่งไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหนีให้พ้น แต่หันไปข้างหลังคราวใดก็ยังได้เห็น...

เสือลายพาดกลอนตัวใหญ่กระโจนมา ดักซ้ายตะปบขวา...บ้างก็ดักหน้าพร้อมเสียงขู่ จนต้องเหลียวหลังกลับ แต่ไอ้เจ้าตัวร้ายก็ไวทายาด มายืนจังก้าดักอยู่ข้างหน้า แยกเขี้ยวโง้งข่มขู่...คุกคาม ทำเอาคนที่กลัวจนตัวสั่นอยู่แล้วรู้สึกว่าแข้งขามันสั่นและแข็งเสียจนรู้สึกเหมือนถูกพื้นดินเปียกแฉะดูดให้จมลงไปอย่างช้าๆ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักหัวใจทมิฬ
8.6
เมื่อน้องสาวหายตัวไปในวังหลวง อดีตพันโทอัคคีจึงยอมทิ้งยศเพื่อแฝงตัวเข้าไปทำงานกับชีคกาเบรียนแห่งชาร์มา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาต้องแต่งงานกับชีคคาบิชาเราะห์เพื่อรักษาเกียรติของราชวงศ์ ท่ามกลางการสืบค้นความจริงที่เริ่มงวดเข้ามา อัคคีได้พบเบาะแสว่าน้องสาวถูกกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนลักพาตัวไป และได้ทิ้งลูกสาวตัวน้อยไว้ในความดูแลของชีค จากความบาดหมางในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้ง ท่ามกลางสมรภูมิไฟสงครามและอุปสรรคขวากหนามที่แสนอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่หัวใจไฟเสน่หา
9.4
มาคัสตกหลุมรักมะลิวัลย์อย่างปักใจตั้งแต่แรกพบ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกจนต้องแยกจากกัน ครั้นได้กลับมาเจอกันอีกหน เขากลับแสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นรามิล เด็กชายตัวน้อยที่อยู่เคียงข้างเธอ แม้มะลิวัลย์จะพยายามเปิดเผยความจริงเรื่องลูกให้เขาได้รับรู้ แต่เพราะแผนการร้ายและความอิจฉาริษยาของอินทิราคอยขัดขวาง ความเข้าใจผิดจึงยิ่งบานปลายหนักขึ้น เมื่อมาคัสบีบบังคับให้เธอต้องก้มหัวขอโทษศัตรูหัวใจจนถึงขั้นเอ่ยปากขับไล่ด้วยความเย็นชา มะลิวัลย์ที่บอบช้ำและน้อยใจในโชคชะตาจึงตัดสินใจพาลูกชายตัวน้อยหนีไปให้ไกลจากผู้ชายใจร้ายที่เธอเชื่อว่าเขาไม่ต้องการเธอและลูกอีกต่อไปแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อการหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่จัดให้กลายเป็นบาดแผล นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาใจ ขณะที่พีรดลไม่เคยรู้ว่าตนเองห่วงหาเธอเพียงใด ห้าปีผ่านไป พวกเขาพลาดมาพบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ใช่คนเดิมที่ยอมจำนน ส่วนเขากลับเพิ่งรู้ใจตัวเองว่ามีแต่เธอคนเดียว จากความแค้นและความเข้าใจผิด นำไปสู่ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันมืดหม่นและเร่าร้อน ที่เธอพยายามหนี แต่เขาจะไม่มีวันปล่อย
ภาพปกนิยายเรื่อง เผลอใจรักสามีเถื่อน
8.4
คืนแต่งงานที่แสนหวานกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เมื่อเจ้าบ่าวผู้แสนดีแปรเปลี่ยนเป็นชายดิบเถื่อนอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิด เขาเข้าหาเธอด้วยความรุนแรงจนชุดวิวาห์แสนสวยต้องฉีกขาด สายตาที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นแววตาของเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ แม้ร่างกายและจิตใจของเจ้าสาวจะบอบช้ำจากความเปลี่ยนแปลงอันน่าตระหนกนี้ แต่เธอกลับพบความจริงอันน่าเจ็บปวดว่า หัวใจของตัวเองยังคงไร้ความเด็ดเดี่ยวและไม่สามารถตัดใจจากสามีคนนี้ได้เลย นำไปสู่เส้นทางรักบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงและมรสุมดราม่าที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายชุด หวานใจพี่ภพ
9.3
สัมผัสความรักแสนอบอุ่นท่ามกลางกลิ่นอายท้องทุ่งกับนิยายชุดที่ร้อยเรียงสามเรื่องราวในชนบท เริ่มด้วยก้องภพ ครูเกษตรหนุ่มที่กลับมาพัฒนาความสัมพันธ์กับพิมพ์แก้ว น้องสาวของเพื่อนสนิท โดยมีแปลงผักและร้านคาเฟ่ในฝันเป็นสื่อกลาง ต่อด้วยเรื่องราวของนที ซีอีโอหนุ่มที่ต้องจูงมือฝ้ายแก้ว เลขาส่วนตัว มาร่วมกันแสดงละครเป็นคู่รักในโครงการเกษตรจนความผูกพันก่อตัวขึ้นจริง และปิดท้ายด้วยความอลเวงในครัวเมื่อเชฟสุดเนี้ยบต้องมาจับคู่กับนักการตลาดสาวสายฮาเพื่อรังสรรค์เมนูจากพืชผักสวนครัว จนกลายเป็นความผูกพันที่ค่อยๆ งอกงามขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดหญิงบ้านนายุค70
8.5
เรื่องราวของนักวิจัยสาวสมองอัจฉริยะที่ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเธอย้อนเวลากลับไปยังปี 1970 และลืมตาขึ้นมาในร่างของเด็กสาวชาวไร่ผู้ขัดสนในชนบทอันห่างไกล ท่ามกลางยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและอุปสรรคขวากหนาม เธอต้องใช้สติปัญญาและความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชีวิตรอดและพลิกชะตาชีวิตที่แร้นแค้นนี้ให้ดีขึ้น มาร่วมเอาใจช่วยและติดตามการเดินทางครั้งสำคัญของหญิงแกร่งผู้ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาในการสร้างตัวตนและบุกเบิกเส้นทางชีวิตใหม่ในยุคอดีต