APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง  You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha

You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha

เมื่อโชคชะตานำพาให้ 'หมอภูผา' และ 'ปลายฝน' ได้มาพบเจอกันในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ความผูกพันครั้งใหม่ที่แสนมั่นคงจึงได้เริ่มต้นขึ้น แม้ว่าในความสัมพันธ์จะมีมุมหยอกเย้าชวนให้ใจสั่นและขัดเขินอยู่บ้าง ทว่าความรู้สึกที่ชัดเจนของคนทั้งคู่กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ออกเดินทางร่วมกันอย่างมั่นใจ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่อบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง นี่คือเรื่องราวความรักที่แสนลงตัวของหัวใจสองดวงที่พร้อมจะเปิดรับกันและกันอย่างแท้จริง โดยไม่มีวันที่จะปล่อยมือจากกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“พี่ปรินไม่จอดดูหน่อยหรือคะ”

“ดูทำไมกันคะน้องฝน พวกนี้มันหาเรื่องเอง ทำมาขับจ่อขับจี้ โธ่ รถเล็กแค่นั้นจะมาแรงเท่ารถของน้องฝนได้ยังไงกัน จริงไหมคะ”

ถึงเธอจะขึ้นชื่อว่าเป็นคนชอบเหวี่ยง ขี้วีน แต่ไม่ใช่คนไร้จิตสำนึกขนาดที่ว่าทำผิดแล้วจะไม่รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง

ปลายฝนเอี้ยวมองทางนั้นอีกทีก็ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์

เพราะมองเห็นเป็นแค่จุดเล็ก ๆ สีดำ ๆ อยู่ไกลลิบนู่นแล้ว ถ้าขึ้นทางด่วนแต่แรกก็ไม่ต้องคอยขับซอกแซกหลบรถเล็กรถใหญ่รถมอเตอร์ไซค์แบบนี้หรอก ถนนใต้ทางด่วนขาเข้ากรุงเทพก็ช่างหาที่กลับรถได้ยากเย็นเหลือเกิน กระแทกหลังกับเบาะนั่ง ออกอาการเซ็งตัวเอง ไม่น่าเลย เธอไม่น่าดื่มเลย ไม่อย่างนั้นจะได้ขับรถกลับบ้าน โดยไม่ต้องให้ปรินพากลับแบบนี้

ปรินเลือกใช้เส้นทางด้านล่างเพราะต้องการแวะที่ร้านอาหารสาขาหนึ่งของตนแถวบางปะกง หันมายิ้มหวาน บอกเธอ

“พี่ขอแวะอีกร้านตรงบางจากนะคะน้องฝน”

“ฝนจะกลับบ้าน” ปลายฝนหมุนหน้ามามองปริน สั่งเสียงแข็ง ว่า “ตอนนี้เลย”

ปรินใช้นิสัยกระล่อนยื่นหน้ายิ้มประเหลาะบอกกลับ “นะครับสวีทฮาร์ต ขอพี่แวะร้านอีกเดี๋ยวเดียวเอง” บอกจบขับไปจอดที่หน้าร้านของตัวเอง ไม่ถามความสมัครใจของเธอสักคำ แทนที่จะเลี้ยวไปส่งที่บ้านก่อน แต่กลับแยกมาอีกทาง เพื่อแวะทำธุระของเขาที่ร้านอาหารหนึ่งในหลายสาขาของเขา จอดรถแล้ว ปรินวิ่งปรู้ดเข้าไปในร้านทันที พร้อมกับที่ข้อความเด้งขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์ของเธอ

‘อย่ากลับดึกนักนะลูก แม่เป็นห่วง’

ปลายฝนส่งเสียงขัดใจอีกครั้ง ตอบมารดากลับไปด้วยสติ๊กเกอร์รูปหน้าของตัวเองว่า ‘รับทราบค่ะ’

พร้อมกับสติ๊กเกอร์จากเพื่อนสนิทของเธอแจ้งเตือนสวนเข้ามาว่า ‘อยู่ไหนเอ่ย’

ปลายฝนได้ที่ระบาย พิมพ์กลับไป ‘ซวยสุด ๆ เลยอีฟ’

‘เป็นไรเหรอ’

‘ไปกินข้าวที่ร้านใหม่ของพี่ปรินมา อีตานั่นตีเนียนบอกจะขับรถให้ ที่ไหนได้แวะเข้าที่ร้านจนจะครบทุกสาขาอยู่แล้วเนี่ย แค่นั้นไม่พอนะ ดันขับรถเฉี่ยวมอไซค์อีก’

ทางนั้นอ่านจบพิมพ์ถามกลับมาทันที ‘ฝนเมาหรือ’

“ดื่มไปหน่อยแต่ไม่เมา” พิมพ์ตอบเพื่อนไปแบบนั้นแล้วก็เบ้ปากเข้าข้างตัวเองว่าไม่เมาจริง ๆ นี่นา

ทางนั้นถามกลับพร้อมส่งสติ๊กเกอร์มองบนมาให้ด้วย

‘ดื่มแต่ไม่เมา?’

เลยเปลี่ยนเรื่องไปเสียเลย “เขาคงเห็นว่าฝนดื่ม เลยอาสาขับให้ ฝนกลัวโดนเป่าด้วยแหละ’ ปลายฝนพิมพ์ตอบไปก็ใจคอไม่ดีเล็กน้อยเมื่อนึกถึงการคาดโทษของบิดา ‘ถ้าคุณพ่อรู้ ต้องยึดรถฝนแน่เลย’

ณัฐวลัญช์เป็นที่ระบายของเธอแบบนี้เสมอมา พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง แม้จะทำงานคนละสาย อยู่ไกลถึงขอบประเทศแต่ก็ติดต่อกันทุกวัน ทั้งแชท ทั้งโทร.คุย

ปลายฝนครุ่นคิดครู่เดียว วางโทรศัพท์ลง แล้วย้ายไปนั่งที่หลังพวงมาลัย พารถออกจากที่จอดไปเสีย เป็นจังหวะเดียวกับที่ปริน เดินออกจากร้านมาพอดิบพอดี

เห็นจากกระจกมองหลังว่าทางนั้นโบกมือหย็อย ๆ ตะโกนเรียกให้รอด้วย พร้อมกับวิ่งตามมา ปลายฝนจึงเหยียบคันเร่งหนี หาได้สนใจไม่ แล้วนั่งบ่นอยู่คนเดียวในรถเพราะต้องฝ่าจราจรยามราตรีเกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน

จอดรถเรียบร้อย พี่เลี้ยงเข้ามายืนยิ้มกริ่มรอที่ด้านข้าง ปลายฝนเหลือบตามองที่กล้วย อีกฝ่ายก็เอาแต่ยิ้มไม่พูดอะไรสักที จนนึกรำคาญจนต้องเอ่ยถาม “มีอะไรหรือคะพี่กล้วย”

กล้วยยังคงยิ้มส่ายคอดุ๊กดิ๊ก แต่ไม่ยอมพูดว่าอะไร เข้ามาช่วยถือของแล้วพาเข้าบ้าน เลยขี้เกียจเซ้าซี้ถามอีก เดินผ่านประตูเข้ามาแล้ว เสียงทักของมารดาดังขึ้นทันที “ลูกสาวของแม่กลับมาแล้ว”

ปลายฝนเดินเข้าไปหาท่าน ก็ให้รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเล็กน้อย เมื่อมองเลยไปที่ด้านหลังของมารดา พบว่ามีใครอยู่ตรงนั้นด้วยอีกคน เบี่ยงตัวทำทีเป็นวางกระเป๋า มือข้างหนึ่งขยับปกเสื้อปิดสิ่งที่สวมติดคอ กระแอมกลบเกลื่อนตอบไปว่า “ค่ะ”

ปิยมาภรณ์ถามข้ามบ้านมา “ไปกินข้าวถึงไหนกัน กลับป่านนี้”

ปลายฝนรับน้ำจากคนในบ้านมาดื่มแม้ไม่หิวก็ตามที เพื่อลดอาการประหม่าที่อยู่ ๆ ก็พุ่งสูงขึ้น ตอบมารดาว่า “พี่ปรินอยากเซอร์ไพรส์ฝนน่ะค่ะ เลยพาไปดินเนอร์ตรงโรงแรมเปิดใหม่แถว...”

“พัทยา” เสียงขรึมเอ่ยขึ้นไม่ดังนัก แต่ก็ไม่ได้เบา ก่อนที่เธอจะพูดจบเสียอีก ปิยมาภรณ์หันกลับไปถามทางนั้นอย่างสนใจ “ภูว่าอะไรนะลูก”

“คุยต่อจากเมื่อครู่นี้ครับ ที่คุณแม่ถามว่ามาจากไหน ทำไมถึงบ้านป่านนี้” นายแพทย์ภูผาตอบด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มประดับอยู่เล็กน้อย “ผมแวะไปหาอาจารย์อำนวยชัยที่โรงพยาบาลเปิดใหม่ในพัทยา ออกจากตรงนั้นมาตอนสองทุ่ม ก็ตรงเข้าบ้านเลย ฝนตกตลอดทางอีกต่างหาก”

“แบบนี้เอง ฝนตก ถนนก็เลยลื่น จนรถล้มอย่างนั้นใช่ไหมภู” คนเป็นแม่สรุปเรื่องที่คุยค้างก่อนหน้าปลายฝนจะกลับเข้ามาด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจเท่าใดนัก “แม่บอกแล้วว่าไม่ให้ใช้รถสองล้อแบบนั้นมันอันตราย ภูก็ไม่เชื่อ”

คนเป็นแม่บ่นไปตามเรื่อง “แล้วดูซิ แผลถลอกเต็มตัวไปหมดเลย เสื้อขาด กางเกงก็ขาด”

ปลายฝนมองมารดาที่ดูวุ่นวายกับทางนั้น ก็ค่อยเบ้ปากน้อย ๆยกแขนกอดอก พูดขึ้น “คุณแม่ทำอย่างกับเขาเป็นเด็กสามขวบ ไม่เช็คดูกางเกงชั้นในด้วยล่ะคะว่าขาดไหม”

ปิยมาภรณ์ส่ายหน้า หันมาส่งสายตาเอือมระอาให้เธอ แล้วบ่นว่า “ดูลูกสาวแม่พูด”

ภูผาบอกด้วยรอยยิ้มประดับใบหน้าน้อย ๆ “ผมไม่ได้ล้มเพราะประมาทหรอกครับ เจอเจ้าถนนขับเบียด เฉี่ยวจนเสียหลักก็เลยล้ม”

ปิยมาภรณ์ฟังแล้วก็ไม่ใคร่พอใจ ขยับเข้ามาจับแขนภูผา ร้องอย่างไม่สบอารมณ์ “แย่จังเลยนะคนเดี๋ยวนี้ เห็นถนนเป็นสนามแข่งหรือยังไง แล้วใครที่ไหนขับเบียดภู”

“ไม่ทราบครับ ไม่ยอมลงมาดูด้วย ขับรถหนีไปเลย ดีนะครับที่รถคันหลังเบรกทัน ไม่อย่างนั้น...”

“พี่ปรินไม่จอดดูหน่อยหรือคะ”

“ดูทำไมกันคะน้องฝน พวกนี้มันหาเรื่องเอง ทำมาขับจ่อขับจี้ โธ่ รถเล็กแค่นั้นจะมาแรงเท่ารถของน้องฝนได้ยังไงกัน จริงไหมคะ”

ถึงเธอจะขึ้นชื่อว่าเป็นคนชอบเหวี่ยง ขี้วีน แต่ไม่ใช่คนไร้จิตสำนึกขนาดที่ว่าทำผิดแล้วจะไม่รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง

ปลายฝนเอี้ยวมองทางนั้นอีกทีก็ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์

เพราะมองเห็นเป็นแค่จุดเล็ก ๆ สีดำ ๆ อยู่ไกลลิบนู่นแล้ว ถ้าขึ้นทางด่วนแต่แรกก็ไม่ต้องคอยขับซอกแซกหลบรถเล็กรถใหญ่รถมอเตอร์ไซค์แบบนี้หรอก ถนนใต้ทางด่วนขาเข้ากรุงเทพก็ช่างหาที่กลับรถได้ยากเย็นเหลือเกิน กระแทกหลังกับเบาะนั่ง ออกอาการเซ็งตัวเอง ไม่น่าเลย เธอไม่น่าดื่มเลย ไม่อย่างนั้นจะได้ขับรถกลับบ้าน โดยไม่ต้องให้ปรินพากลับแบบนี้

ปรินเลือกใช้เส้นทางด้านล่างเพราะต้องการแวะที่ร้านอาหารสาขาหนึ่งของตนแถวบางปะกง หันมายิ้มหวาน บอกเธอ

“พี่ขอแวะอีกร้านตรงบางจากนะคะน้องฝน”

“ฝนจะกลับบ้าน” ปลายฝนหมุนหน้ามามองปริน สั่งเสียงแข็ง ว่า “ตอนนี้เลย”

ปรินใช้นิสัยกระล่อนยื่นหน้ายิ้มประเหลาะบอกกลับ “นะครับสวีทฮาร์ต ขอพี่แวะร้านอีกเดี๋ยวเดียวเอง” บอกจบขับไปจอดที่หน้าร้านของตัวเอง ไม่ถามความสมัครใจของเธอสักคำ แทนที่จะเลี้ยวไปส่งที่บ้านก่อน แต่กลับแยกมาอีกทาง เพื่อแวะทำธุระของเขาที่ร้านอาหารหนึ่งในหลายสาขาของเขา จอดรถแล้ว ปรินวิ่งปรู้ดเข้าไปในร้านทันที พร้อมกับที่ข้อความเด้งขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์ของเธอ

‘อย่ากลับดึกนักนะลูก แม่เป็นห่วง’

ปลายฝนส่งเสียงขัดใจอีกครั้ง ตอบมารดากลับไปด้วยสติ๊กเกอร์รูปหน้าของตัวเองว่า ‘รับทราบค่ะ’

พร้อมกับสติ๊กเกอร์จากเพื่อนสนิทของเธอแจ้งเตือนสวนเข้ามาว่า ‘อยู่ไหนเอ่ย’

ปลายฝนได้ที่ระบาย พิมพ์กลับไป ‘ซวยสุด ๆ เลยอีฟ’

‘เป็นไรเหรอ’

‘ไปกินข้าวที่ร้านใหม่ของพี่ปรินมา อีตานั่นตีเนียนบอกจะขับรถให้ ที่ไหนได้แวะเข้าที่ร้านจนจะครบทุกสาขาอยู่แล้วเนี่ย แค่นั้นไม่พอนะ ดันขับรถเฉี่ยวมอไซค์อีก’

ทางนั้นอ่านจบพิมพ์ถามกลับมาทันที ‘ฝนเมาหรือ’

“ดื่มไปหน่อยแต่ไม่เมา” พิมพ์ตอบเพื่อนไปแบบนั้นแล้วก็เบ้ปากเข้าข้างตัวเองว่าไม่เมาจริง ๆ นี่นา

ทางนั้นถามกลับพร้อมส่งสติ๊กเกอร์มองบนมาให้ด้วย

‘ดื่มแต่ไม่เมา?’

เลยเปลี่ยนเรื่องไปเสียเลย “เขาคงเห็นว่าฝนดื่ม เลยอาสาขับให้ ฝนกลัวโดนเป่าด้วยแหละ’ ปลายฝนพิมพ์ตอบไปก็ใจคอไม่ดีเล็กน้อยเมื่อนึกถึงการคาดโทษของบิดา ‘ถ้าคุณพ่อรู้ ต้องยึดรถฝนแน่เลย’

ณัฐวลัญช์เป็นที่ระบายของเธอแบบนี้เสมอมา พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง แม้จะทำงานคนละสาย อยู่ไกลถึงขอบประเทศแต่ก็ติดต่อกันทุกวัน ทั้งแชท ทั้งโทร.คุย

ปลายฝนครุ่นคิดครู่เดียว วางโทรศัพท์ลง แล้วย้ายไปนั่งที่หลังพวงมาลัย พารถออกจากที่จอดไปเสีย เป็นจังหวะเดียวกับที่ปริน เดินออกจากร้านมาพอดิบพอดี

เห็นจากกระจกมองหลังว่าทางนั้นโบกมือหย็อย ๆ ตะโกนเรียกให้รอด้วย พร้อมกับวิ่งตามมา ปลายฝนจึงเหยียบคันเร่งหนี หาได้สนใจไม่ แล้วนั่งบ่นอยู่คนเดียวในรถเพราะต้องฝ่าจราจรยามราตรีเกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน

จอดรถเรียบร้อย พี่เลี้ยงเข้ามายืนยิ้มกริ่มรอที่ด้านข้าง ปลายฝนเหลือบตามองที่กล้วย อีกฝ่ายก็เอาแต่ยิ้มไม่พูดอะไรสักที จนนึกรำคาญจนต้องเอ่ยถาม “มีอะไรหรือคะพี่กล้วย”

กล้วยยังคงยิ้มส่ายคอดุ๊กดิ๊ก แต่ไม่ยอมพูดว่าอะไร เข้ามาช่วยถือของแล้วพาเข้าบ้าน เลยขี้เกียจเซ้าซี้ถามอีก เดินผ่านประตูเข้ามาแล้ว เสียงทักของมารดาดังขึ้นทันที “ลูกสาวของแม่กลับมาแล้ว”

ปลายฝนเดินเข้าไปหาท่าน ก็ให้รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเล็กน้อย เมื่อมองเลยไปที่ด้านหลังของมารดา พบว่ามีใครอยู่ตรงนั้นด้วยอีกคน เบี่ยงตัวทำทีเป็นวางกระเป๋า มือข้างหนึ่งขยับปกเสื้อปิดสิ่งที่สวมติดคอ กระแอมกลบเกลื่อนตอบไปว่า “ค่ะ”

ปิยมาภรณ์ถามข้ามบ้านมา “ไปกินข้าวถึงไหนกัน กลับป่านนี้”

ปลายฝนรับน้ำจากคนในบ้านมาดื่มแม้ไม่หิวก็ตามที เพื่อลดอาการประหม่าที่อยู่ ๆ ก็พุ่งสูงขึ้น ตอบมารดาว่า “พี่ปรินอยากเซอร์ไพรส์ฝนน่ะค่ะ เลยพาไปดินเนอร์ตรงโรงแรมเปิดใหม่แถว...”

“พัทยา” เสียงขรึมเอ่ยขึ้นไม่ดังนัก แต่ก็ไม่ได้เบา ก่อนที่เธอจะพูดจบเสียอีก ปิยมาภรณ์หันกลับไปถามทางนั้นอย่างสนใจ “ภูว่าอะไรนะลูก”

“คุยต่อจากเมื่อครู่นี้ครับ ที่คุณแม่ถามว่ามาจากไหน ทำไมถึงบ้านป่านนี้” นายแพทย์ภูผาตอบด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มประดับอยู่เล็กน้อย “ผมแวะไปหาอาจารย์อำนวยชัยที่โรงพยาบาลเปิดใหม่ในพัทยา ออกจากตรงนั้นมาตอนสองทุ่ม ก็ตรงเข้าบ้านเลย ฝนตกตลอดทางอีกต่างหาก”

“แบบนี้เอง ฝนตก ถนนก็เลยลื่น จนรถล้มอย่างนั้นใช่ไหมภู” คนเป็นแม่สรุปเรื่องที่คุยค้างก่อนหน้าปลายฝนจะกลับเข้ามาด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจเท่าใดนัก “แม่บอกแล้วว่าไม่ให้ใช้รถสองล้อแบบนั้นมันอันตราย ภูก็ไม่เชื่อ”

คนเป็นแม่บ่นไปตามเรื่อง “แล้วดูซิ แผลถลอกเต็มตัวไปหมดเลย เสื้อขาด กางเกงก็ขาด”

ปลายฝนมองมารดาที่ดูวุ่นวายกับทางนั้น ก็ค่อยเบ้ปากน้อย ๆยกแขนกอดอก พูดขึ้น “คุณแม่ทำอย่างกับเขาเป็นเด็กสามขวบ ไม่เช็คดูกางเกงชั้นในด้วยล่ะคะว่าขาดไหม”

ปิยมาภรณ์ส่ายหน้า หันมาส่งสายตาเอือมระอาให้เธอ แล้วบ่นว่า “ดูลูกสาวแม่พูด”

ภูผาบอกด้วยรอยยิ้มประดับใบหน้าน้อย ๆ “ผมไม่ได้ล้มเพราะประมาทหรอกครับ เจอเจ้าถนนขับเบียด เฉี่ยวจนเสียหลักก็เลยล้ม”

ปิยมาภรณ์ฟังแล้วก็ไม่ใคร่พอใจ ขยับเข้ามาจับแขนภูผา ร้องอย่างไม่สบอารมณ์ “แย่จังเลยนะคนเดี๋ยวนี้ เห็นถนนเป็นสนามแข่งหรือยังไง แล้วใครที่ไหนขับเบียดภู”

“ไม่ทราบครับ ไม่ยอมลงมาดูด้วย ขับรถหนีไปเลย ดีนะครับที่รถคันหลังเบรกทัน ไม่อย่างนั้น...”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ
8.8
เก้าเทียนรุ่ยผู้เบื่อหน่ายกับชีวิตที่ไร้ค่า ได้เลือกเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อค้นหารักแท้ จนนำพาให้เขามาพบกับเสวียนลิ่วหลาง แม่ทัพผู้ทรงพลังแต่กลับมีมุมที่แสนอ่อนโยนยามอยู่ใกล้ชิดเขา แม้ว่าในตอนแรกเริ่มความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเต็มไปด้วยความลังเลสับสน ทว่าการร่วมมือกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ก็ช่วยถักทอความผูกพันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ท่ามกลางความขัดเขินและการเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน เสวียนลิ่วหลางจึงตัดสินใจแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเด็ดเดี่ยว เพราะเมื่อเขาได้พบคนที่คู่ควรเปรียบเสมือนตะเกียบที่ขาดกันไม่ได้ แม่ทัพหนุ่มก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องและรักษาความรักครั้งนี้ให้อยู่เคียงคู่กันตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
8.3
เพียงจุมพิตเดียวในค่ำคืนนั้นกลับสั่นคลอนหัวใจอย่างไม่คาดคิด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกลึกซึ้งที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ วินาทีที่ริมฝีปากของเราได้สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ก็เหมือนกับว่าโลกทั้งใบของผมถูกคุณยึดครองไปเสียแล้ว มันคือความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้สบตากันและได้ใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้งขนาดนั้น เรื่องราวความผูกพันที่เริ่มต้นจากจูบแรกครั้งนี้ จะนำพาและดึงดูดให้หัวใจของผมไปหยุดอยู่ที่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
9.3
หลิวชิวเยว่ อดีตผู้บริหารสาวสุดสตรองและเพียบพร้อม ต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวเจ้าเนื้อน้ำหนักร้อยกิโลฯ ที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจว่าเป็นตัวโชคร้าย เธอฟื้นขึ้นมาในเกี้ยวแต่งงานที่กำลังเดินทางไปเข้าพิธีวิวาห์กับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นชิงเป่ย ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่าเขาไม่ได้ชอบสตรี หลิวชิวเยว่จึงตั้งใจจะหาคำตอบเรื่องรสนิยมของสามี ทว่าในคืนจันทร์เพ็ญ เธอกลับต้องตกตะลึงเมื่อได้รู้ความลับว่าแท้จริงแล้วเขาสามารถแปลงร่างเป็นหมีแพนด้าได้! เรื่องราวความรักสุดอลเวงกับสามีแพนด้าสายคลั่งรักจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายนายแฟนเก่า
7.9
ก้าวแรกในมหาวิทยาลัยกลับกลายเป็นเวทีปะทะคารมสุดเดือด เมื่ออดีตคู่รักที่เลิกรากันด้วยความบาดหมางโคจรมาพบกันอีกครั้ง ฝ่ายหญิงประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าพร้อมจะเริ่มต้นรักครั้งใหม่เพื่อลบล้างฝันร้ายและบาดแผลจากผู้ชายเฮงซวยในอดีต ทว่าอดีตคนรักกลับไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ เขาพยายามขุดเรื่องราวความสัมพันธ์ลึกซึ้งในวันวานมาใช้เป็นเครื่องมือพันธนาการเธอไว้ แต่เธอกลับสวนกลับด้วยท่าทีเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงสิ่งของหมดราคาที่ไม่มีค่าให้หวนกลับไปมองอีกต่อไป การเผชิญหน้าในเกมรักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการฟาดฟันที่ไม่มีใครยอมก้มหัวให้
ภาพปกนิยายเรื่อง พู่กันของวรานนท์ Mpreg
8.5
วรานนท์ ทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้มีชีวิตสมบูรณ์แบบ เคยให้คำมั่นสัญญาในวัยเยาว์ว่าจะขอ พนัชกร มาเป็นคู่ชีวิต ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเติบใหญ่ ความรู้สึกของเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดและรำคาญใจ ยามที่พนัชกรซึ่งปัจจุบันเป็นนักศึกษาแพทย์และผู้สืบทอดโรงพยาบาล คอยเฝ้าติดตามและแสดงความรักต่อเขาอย่างเหนียวแน่น แม้ว่าพนัชกรจะยังคงรักพี่ชายที่แสนดีในอดีตอย่างหมดหัวใจ แต่ความพยายามที่จะพิสูจน์รักแท้ในครั้งนี้กลับยิ่งสร้างความลำบากใจ และขยายระยะห่างระหว่างกันให้กว้างขึ้น จนความสัมพันธ์ที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่ยากจะประสานให้กลับมาดีดังเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายรักคุณหมอสูติฯ
8.5
เมื่อ ‘หมอครองภพ’ สูตินรีแพทย์ฝีมือเยี่ยมผู้ครองโสดมาแสนนาน ถูก ‘อันนา’ คู่หมั้นสาวลูกครึ่งประกาศถอนหมั้นด้วยเหตุผลสุดช็อกว่าเขาช่างน่าเบื่อ แถมเธอยังหันไปสนใจผู้หญิงด้วยกันแทน ท่ามกลางความอ้างว้าง หมอหนุ่มจึงขอใช้โอกาสสุดท้ายนี้ปฏิวัติตัวเองใหม่ เขาจะไม่ยอมเป็นผู้ชายเย็นชาไร้ชีวิตชีวาอีกต่อไป แต่จะขอสวมบทคนคลั่งรักที่คอยตามตื้อรุกจีบเธออย่างหนักหน่วงทั้งเช้าและเย็นเพื่อทวงคืนหัวใจเธอกลับมา มาลุ้นกันว่าอันนาจะสามารถต้านทานเสน่ห์รักอันร้อนแรงครั้งใหม่ของอดีตคู่หมั้นหนุ่มคนนี้ได้หรือไม่