APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว

ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว

หลังแต่งงาน เธอหวังเพียงได้ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านอย่างสงบตามขนบเดิมๆ ไม่ต้องตื่นเช้าไปตรากตรำทำนาหรือเหน็ดเหนื่อยกับงานล้างจาน หน้าที่เดียวที่ต้องการคือการคอยดูแลปรนนิบัติสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้าน โดยไม่ต้องมีเรื่องเรียนหนังสือมาให้วุ่นวายใจอีกต่อไป แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นดังคาด เมื่อสามีไม่ได้ปล่อยให้เธอได้อยู่บ้านพักผ่อนเฉยๆ อย่างที่ใจหวัง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เสียงหม้อกระทบกันหน้าห้องเรียนดังมาแต่ไกล ฮวาเหม่ยหลิงนั่งตาปรืออยู่ในชุดผ้าฝ้ายตัวหลวม ริมฝีปากยังมีคราบเจียงอวิ่นทำเอาไว้ให้ก่อนออกไปทำงานและเธอไม่ได้เช็ดออก

ฮวาเหม่ยหลิงไม่ได้ซึ้งใจอะไรนักหรอก เพราะเขาทำอาหารเพื่อจะ ‘ลาก’ เธอไปโรงเรียนภาคค่ำเป็นรอบที่สองของชีวิต!

“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าแต่งงานแล้วทำไมต้องเรียนหนังสือด้วย! คุณอยากได้ภรรยาหรืออะไรกันแน่!”

ฮวาเหม่ยหลิงบ่นพลางเดินกระแทกเท้าไปตามถนนที่เป็นลูกรังข้างหลังของสามี สายลมเย็นปลายฤดูใบไม้ผลิโบกไปมาให้ความเย็น แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนตนกำลังเดินไปสถานที่น่ากลัวมากกว่าจะไปหาความรู้

เมื่อเช้าก่อนไปทำงานเขาทำอาหารเอาไว้พร้อมกับบอกว่าตอนเย็นจะมาส่งที่โรงเรียน ซึ่งเขาพามาส่งจริง ๆ แลกกับการทำอาหารให้ทั้งมื้อ 2 มื้อ จะนอนทั้งวันหรือทำอะไรก็ตามเจียงอวิ่นเสียนไม่ว่า

แต่พอถึงเวลาต้องไปเรียนและพอเลิกเรียนต้องกลับบ้านเอง เพราะเหตุผลที่ว่า “จะต้องกลับไปทำอาหารมื้อเย็นรอ”

จะกลับบ้านก่อนก็กลัวว่าเขาจะไม่ให้กินข้าว เพราะฉะนั้นเลยได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำตาม เธอไม่มีเงินในมือและที่นี่คือบ้านของเขาไม่ใช่บ้านของเธอ แม้ทำตัวขี้เกียจไปวัน ๆ แต่ฮวาเหม่ยหลิงไม่ลืมว่าตอนเองเป็นใคร ยิ่งแต่งงานออกมาแล้วการกลับบ้านเดิมเป็นไปได้ยาก

โรงเรียนภาคค่ำตั้งอยู่ในตัวตำบลที่รวมคนไม่มีโอกาสเรียนในเขตปกครองของตำบลลู่ตงมาเรียน แม้จะเก่าแต่ก็ดูอบอุ่น ไม้ไผ่ผูกเป็นผนังชั่วคราว หลังคามุงฟางที่ครูใหญ่ซ่อมเองเมื่อเดือนก่อน

ไม่ใช่ว่าอยากเรียนก็ได้เรียนเลย ที่นี่มีครูสองคนคือครูใหญ่กับครูที่สอน มีนักเรียนประมาณยี่สิบคน คนที่เรียนต้องจ่ายเดือนละ 5 หยวน หรือมีสิ่งของอย่างพวกธัญพืชหรืออะไรก็ตามมาแลก

โต๊ะไม้ไผ่มีคนนั่งเกือบเต็ม ฮวาเหม่ยหลิงเดินเข้าไปด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย เธอเลือกที่นั่งหลังห้องและเป็นมุมอับมากที่สุด แทบกลืนหายไปกับมุมผนัง

ครูผู้หญิงหรือที่นักเรียนเรียกครูลู่เอ่ยถามเสียงดัง “วันนี้ใครขาดการบ้าน ให้ยกมือขึ้น!”

ฮวาเหม่ยหลิงยกมือขึ้นเพราะเธอไม่ได้ทำ

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากแถวหน้า เด็กชายอายุสิบห้าปีหันกลับมามองเธอ “ภรรยาทหารไม่ได้ทำการบ้านเหรอ?”

ปีนี้ฮวาเหม่ยหลิงเข้าเรียนช้ากว่าทุกคนเป็นเดือนในขณะที่คนอื่น ๆ สนิทกันหรือพบเห็นกันแล้ว อีกทั้งในตำบลไม่ได้มีทหารเยอะ พวกเขาเลยรู้ตัวตนของเธออย่างง่ายดาย

เธอปรายตามอง ก่อนสะบัดหน้าหนี “ฉันยังไม่อยากเป็นครูใหญ่เหมือนใครบางคน”

ครูลู่หรี่ตามองนักเรียนใหม่ก่อนขมวดคิ้ว “ภรรยาของอวิ่นเสียนนี่ เขาไม่ได้ให้เธอทำเหรอ”

ครูลู่หรือชื่อเต็ม ๆ คือ ลู่จิน เป็นเพื่อนของเจียงอวิ่นเสียน ครอบครัวมีฐานะอยู่แล้ว และเสียสละเวลาว่างตอนเย็นมาสอนนักเรียนเอาเงินเดือนไม่กี่หยวนเพราะรักในอาชีพครู

“เขาไม่ได้บอก”

ซะเมื่อไรล่ะ! เจียงอวิ่นเสียนไม่ได้มารับเธอที่โรงเรียนภาคค่ำ เขาจะรู้ได้ยังไงว่าฮวาเหม่ยหลิงมีการบ้าน และเขาถามตั้งแต่เมื่อคืนแล้วด้วยซ้ำ เป็นเธอเองที่บอกว่าไม่มีเพราะไม่ได้ฟัง

“อืม ในเมื่อเธอเป็นนักเรียนใหม่ถ้าอย่างนั้นให้อวิ่นเสียนมาพบฉันหน่อย”

“ไว้ฉันบอกเขาให้ค่ะ”

ครูลู่เห็นอาการของนักเรียนใหม่ถึงกลับส่ายหน้า และหันไปตรวจการบ้านของนักเรียนคนอื่น ก่อนเริ่มเรียนบนเรียนถัดไปอย่างใจเย็น

ส่วนฮวาเหม่ยหลิงนั่งมองที่ครูสอนบ้างไม่มองบ้าง บางทีก็หันหนีไปมองข้างนอก มองไปรอบห้อง มองทุกอย่างยกเว้นกระดานสอน

เสียงท่องตามครู่ลู่ดังขึ้นเป็นระยะ ไหนจะต้องจดตาม ตอบคำถาม เหมือนว่าครูลู่จะรู้ว่าเธอไม่สนใจการเรียนถึงไม่ได้เลือกเธอไปตอบ

พอถึงเวลาเลิกเรียนฮวาเหม่ยหลิงเดินออกจากห้องก่อนคนอื่น ไม่รอให้ครู่ลู่ปล่อยเพราะอยากกลับบ้านเร็ว ๆ อีกอย่างจำทางกลับบ้านได้แล้วไม่จำเป็นต้องรอใคร

กลับมาถึงบ้านฮวาเหม่ยหลิงเห็นกับข้าวร้อน ๆ วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว ข้าง ๆ มีสมุดปกผ้าเล่มใหม่ พร้อมปากกาหมึกซึมที่เขียนว่า ‘ฝึกเขียนวันละหน้า’

ฮวาเหม่ยหลิงย่นจมูก “เขาต้องการภรรยาหรือต้องการไล่ภรรยาออกจากบ้านกันแน่”

มันเป็นข้อความที่เธออ่านไม่ออก แต่ว่าเล่มนี้มันเหมือนกับที่โรงเรียนภาคค่ำแจกให้ตอนอยู่โรงเรียน แน่นอนว่าฮวาเหม่ยหลิงไม่ได้เอากลับมาตั้งแต่วันแรก คงเป็นใครสักคนที่นำมาให้

ส่วนสามีไม่อยู่บ้านเพราะเขาเป็นทหารที่มีเวลาเข้างาน เช้าบ้าง เย็นบ้าน หรือตามที่เขาจะคุยกับเพื่อนของเขา เพราะเขาต้องมารับฮวาเหม่ยหลิงไปส่งโรงเรียนภาคค่ำ ไหนจะทำอาหารไว้รอแล้วกลับไปทำงานต่อ ทำให้เขาเลิกงานช้า

วันต่อมาเจียงอวิ่นเสียนยังคงกลับจากกองทัพทหารช้ากว่าภรรยา และไม่ถามภรรยาว่าทำการบ้านไหม ไม่ถามว่าเรียนเข้าใจหรือเปล่า

เขาทำเพียงเอาผ้าชุบน้ำมาให้ฮวาเหม่ยหลิงเช็ดมือ แล้วนั่งลงเก้าอี้ประจำในห้องนอน ส่วนภรรยานั่งอยู่บนเตียง

“เธอเรียนไม่เก่งฉันรู้ แต่คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเก่งตั้งแต่ต้น” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ไม่มีการบังคับ

ส่วนคนเป็นภรรยานั่งกอดเข่าบนเตียงเอ่ยถามอย่างสงสัย “ฉันแค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงต้องจริงจังขนาดนั้น คุณเรียนจบแล้วทำไมฉันยังต้องเรียนอีก”

“ฉันเรียนเพราะในบ้านฉันไม่มีใครได้เรียนเลย ฉันอยากลองดูคนในชนบทอย่างพวกเราจะเปลี่ยนชีวิตเพราะเรียนหนังสือได้ไหม”

ฮวาเหม่ยหลิงไม่ตอบสามี เพียงแต่จ้องแผ่นหลังของเขาที่หันหลังให้ภายใต้แสงตะเกียง ที่นี่ยังไม่มีไฟฟ้าสิ่งที่ให้ความสว่างได้คือตะเกียง

“เหม่ยหลิง”

“เหม่ยหลิง”

“ตื่นได้แล้ว ฉันทอดปาท่องโก๋ไว้ให้”

เสียงเจียงอวิ่นเสียนปลุกพร้อมกลิ่นหอมอบอวล

ฮวาเหม่ยหลิงลุกขึ้นอย่างงัวเงีย เบิกตากว้างเมื่อเห็นขนมทอดสีทองเรียงบนจานอย่างน่ากิน

“คุณทำเป็นด้วยเหรอ?”

“ฉันหัดจากแม่ครัวในกองทัพมานานแล้ว เธอควรจะดีใจที่มีสามีแบบฉัน”

ฮวาเหม่ยหลิงกระแอมในลำคอ หันหน้าหนีจากสามีพูดเสียงอ้อมแอ้ม “ไม่ได้แย่”

สองสามีภรรยานั่งคุยกันก่อนที่เจียงอวิ่นเสียนจะไปทำงาน ส่วนเธอต้องไปเรียนตอนเย็นเวลาอื่น ๆ ถึงได้ว่าง นั่ง ๆ นอน ๆ รอไปเรียนเท่านั้น

วันนี้ค่อนข้างแตกต่างจากวันอื่น ๆ ปกติเวลาเลิกเรียนเธอจะชิงออกจากห้องเรียนก่อนคนอื่น แต่พอได้ยินสามีพูดอย่างนั้นฮวาเหม่ยหลิงรอให้ครูลู่เป็นคนปล่อยนักเรียนก่อน

มีนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาสะกิดถาม “เธอชอบทำขนมใช่ไหม? วันหน้าช่วยสอนฉันบ้างได้ไหม?”

ฮวาเหม่ยหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา “เธอมาจากหมู่บ้านตระกูลฮวาเหมือนกันเหรอ”

ทุกคนในหมู่บ้านตระกูลฮวาจะรู้กันดีว่าฮวาเหม่ยหลิงเป็นคนยังไง แม้ว่าเธอจะทำตัวขี้เกียจไปวัน ๆ แต่เธอมีความสามารถหลายอย่างในการทำขนม

“ครอบครัวของฉันเพิ่งย้ายมาบ้านยายน่ะ ยายของฉันคือแม่เฒ่าซู ส่วนฉันซูเสวี่ยอิง อายุเท่า ๆ กันกับเธอ ยายบอกว่าคนจากบ้านฮวาทำขนมเป็นทุกคน” ซูเสวี่ยอิงรีบพยักหน้า

บรรยากาศที่เคยอึดอัดเริ่มคลายตัวลงอย่างไม่รู้ตัว ฮวาเหม่ยหลิงพยักหน้า “ได้สิ ถ้าครูไม่ว่าพวกเราฉันพอจะสอนเธอได้”

“ดีเลย! ฉันจะรอนะ”

ทั้งสองเดินออกจากโรงเรียนพร้อมกันเพื่อกลับบ้าน แต่พอถึงจุดที่ต้องแยกทางต่างโบกมือลากันเพราะอยู่คนละหมู่บ้าน และนัดแนะเจอกันในวันถัดไป

เป็นอีกวันที่เจียงอวิ่นเสียนกลับถึงบ้านช้า แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะฮวาเหม่ยหลิงกำลังนั่งก้มหน้าขีดเขียนตัวอักษรในสมุดอย่างตั้งใจ

เขาไม่พูดอะไร เพียงยิ้มบาง ๆ แล้วหยิบถ้วยน้ำอุ่นมาวางข้างหน้าภรรยา

ฮวาเหม่ยหลิงเงยหน้าขึ้นสบตาสามี ดวงตาเธอไม่แข็งกร้าวเหมือนวันแรก “พรุ่งนี้ไม่ต้องปลุกฉันก็ได้ ฉันจะตื่นเอง”

เจียงอวิ่นเสียนยิ้มก่อนเดินเข้าห้องไปเงียบ ๆ

ทิ้งให้ฮวาเหม่ยหลิงนั่งมองแผ่นกระดาษที่เขียนคำว่า ‘ฟ้า’ อยู่เต็มหน้า คำที่เธอไม่เคยคิดจะเขียนมาก่อนเลยในชีวิต

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรัก เพลิงสวาท
8.8
ความต้องการครอบครองตัวนิต้าเกิดขึ้นทันทีเมื่อโดมินิคได้พบเธอเป็นครั้งแรก และโอกาสก็มาถึงมืออย่างรวดเร็วเมื่อแม่เลี้ยงของหญิงสาวติดหนี้สินกาสิโนจำนวนมหาศาล เขาจึงใช้ภาระหนี้ผูกพันนี้เป็นเครื่องมือบีบให้เธอต้องยอมก้าวเข้าสู่สถานะนางบำเรอเพื่อชดใช้แทน แม้นิต้าจะพยายามต่อสู้เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองอย่างสุดกำลัง ทว่าเธอกลับไม่เคยหลบพ้นเงื้อมมือของอสุรกายร้ายตนนี้ ผู้ซึ่งมุ่งหวังจะบดขยี้ความทระนงในตัวเธอด้วยบทเพลงรักอันร้อนแรงและเอาแต่ใจ ท่ามกลางความขัดแย้งที่แผดเผาด้วยไฟเสน่หา โดมินิคจะไม่มีวันยอมปล่อยร่างบางนี้ให้หลุดมือไปจนกว่าเขาจะได้รับความพึงพอใจอย่างที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เร้นรักร้อนพิศวาส
8.5
ราม สถาปนิกหนุ่มผู้แสนอบอุ่นแต่ซ่อนความเร่าร้อนไว้ภายใน ได้ตกหลุมรักน้ำหนึ่ง หญิงสาวผู้อ่อนหวานทว่ามีพันธะอยู่แล้วกับเพื่อนสนิทของเขาเอง แต่เมื่อความผิดพลาดชั่วข้ามคืนดึงดูดทั้งคู่เข้าสู่ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะหักห้ามใจ แรงปรารถนาอันลึกซึ้งได้เปลี่ยนสาวแสนดีให้กลายเป็นคนคลั่งรักที่พร้อมจะก้าวไปกับเขาในทุกเส้นทาง แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดศีลธรรมอย่างรุนแรง แต่พวกเขากลับเลือกที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเพลิงอารมณ์ที่แผดเผา ความลับดำมืดที่ซ่อนเร้นไว้กำลังรอวันเปิดเผย ซึ่งอาจนำพาไปสู่บทสรุปแห่งความเจ็บปวดและการสูญเสียที่ไม่มีใครคาดคิด
ภาพปกนิยายเรื่อง หลุมพรางเศรษฐี
8.4
เมื่อหนิงลั่วซีเผชิญแรงกดดันจากครอบครัวที่บังคับให้แต่งงานกับชายคราวพ่อเพื่อผลประโยชน์ เธอจึงแก้ปัญหาด้วยการจ้างหนุ่มบาร์โฮสมาจดทะเบียนสมรสบังหน้าเพื่อประชดที่บ้าน ทว่าเธอหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของชายหนุ่มสุดหล่อคนนี้ แท้จริงแล้วเขาคือผู้นำตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกที่ซ่อนเร้นฐานะที่แท้จริงเอาไว้ นอกเหนือจากอำนาจล้นมือที่เขามีอยู่ เขายังคอยดูแลและมอบความรักที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนให้กับเธออย่างที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนในชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ร่ายรักไฟเสน่หา
8.0
เมื่ออีธานปรารถนาในตัวมธุรดาอย่างแรงกล้า เขาจึงยอมแปลงกายเป็นคนสวนเพื่อแอบเข้าใกล้หญิงสาวที่เขาตั้งใจเลือกให้มารับบทลออดาวในหนังฟอร์มยักษ์ เรื่องราวความรักสุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นในระหว่างการเทรนบทบาทการแสดงที่เน้นฉากจูบอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าแรกเริ่มมธุรดาจะมีความรู้สึกเกลียดชังชายหนุ่ม แต่ทว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงหัวใจของเธอ จนทำให้เธอตกหลุมรักหนุ่มขี้หึงคนนี้โดยไม่รู้ตัว กลายเป็นบ่วงเสน่หาที่ผูกมัดหัวใจของทั้งสองคนไว้ด้วยกันจนยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง นางฟ้ามาเฟีย [ Mafia’s Fairy ] SET : Romance Of Mafia 4th
8.9
ร่วมสัมผัสเส้นทางรักหลากรสชาติของห้ามาเฟียหนุ่มที่เต็มไปด้วยอันตรายและความหวานซึ้ง เริ่มจากลูสที่ยอมรับอารมณ์ของแอนนี่ก่อนจะตอบโต้กลับอย่างเร่าร้อน ขณะที่เอ็ดเวิร์ดปรารถนาจะพาตัวเข้าไปชิดใกล้กับน้ำใสในพื้นที่ส่วนตัว ทางด้านเอริคมาเฟียหนุ่มมาดดุก็ต้องหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางเลียนแบบสุดโก๊ะของคริสตี้ ส่วนโนอาห์นั้นมีเพียงคำอธิษฐานในวันเกิดที่ขอแค่มีเมแกนอยู่เคียงข้าง และปิดท้ายด้วยไอเดนผู้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะออกตามหาเชือกฟางให้พบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอกับจอมบงการ
7.9
วิธาดาเลือกที่จะเปิดเผยความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ต่อธัญญ์ ชายหนุ่มผู้ยังคงยึดติดกับอดีตและมีใจให้เพียงแค่น้องสาวของเธอเท่านั้น แม้จะรู้ดีว่าในสายตาของเขาเธอไม่มีค่าไปกว่าคนแปลกหน้า แต่เธอก็ยอมบอกความจริงเกี่ยวกับค่ำคืนอันลึกซึ้งเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคือผู้ชายคนแรก ทว่าความซื่อสัตย์ในหัวใจกลับถูกตอบแทนด้วยความเย็นชาและการปฏิเสธอย่างไม่มีชิ้นดีจากปากของเขาที่ยืนยันว่าไม่มีวันมอบความรักให้เธอเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความบอบช้ำจากคนที่รักสุดที่ที่สุดแสนสาหัสที่สุด